Select Page

วัฒธรรมฮิปฮอปในไทย

วัฒธรรมฮิปฮอปในไทย

ดนตรีแร็ปได้เข้าสู่วงการเพลงของไทยในช่วงราวปี 2520 – 2530 ซึ่งเป็นช่วงสีสันทางดนตรีไทย และก่อกำเนิดค่ายเล็กค่ายย่อยมากมาย อาทิ นิธิทัศน์ โปรโมชั่น คีตา เรคคอร์ดส โดยเพลงแร็พไทยช่วงแรกจะใช้คำกลอนมาเรียบเรียงให้สมานสัมพันธ์สำบัดสำนวนให้ดูคล้องจอง

ดนตรีแร็ป-ฮิปฮอปเริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้นในปี 2538 เมื่อโจอี้ บอย หรือ อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ได้ออกอัลบั้ม โจอี้ บอย ซึ่งเป็นเพลงแร็ปทั้งอัลบั้มเป็นชุดแรกให้กับค่ายเบเกอรี่ มิวสิก ประจวบเหมาะกับที่กระแสดนตรีในเมืองไทยได้เริ่มออกจากกระแสหลักไปสู่แนวอิสระ ทำให้เพลงแร็ปได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ต่อมาโจอี้ บอย ยังได้ก่อตั้งค่ายเพลงก้านคอคลับ ที่มีศิลปินฮิปฮอปชื่อดังอย่าง บุดด้า เบลส สิงห์เหนือเสือใต้ ฯลฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ได้เกิดวงแร็ปเปอร์หน้าใหม่ ชื่อ ไทยเทเนี่ยม (ประกอบด้วยสมาชิก ขันเงิน เนื้อนวล จำรัส ทัศนละวาด และปริญญา อินทชัย) เป็นกลุ่มเพื่อนที่รวมตัวกันที่นิวยอร์ก และมีเอกลักษณ์จากทรงผมและการแต่งตัวที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับ ต่อมาวงไทเทเนี่ยมได้เข้าไปอยู่ในค่ายสนามหลวงในเครือของจี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ ที่มีเพลงฮิตอย่างเพลง “ทะลึ่ง” (พ.ศ. 2548) “Love for my city” (พ.ศ. 2557) “บ่องตง” (พ.ศ. 2559) ฯลฯ จนกลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงวัยรุ่นไทยที่ชื่นชอบเพลงแร็ปจนถึงปัจจุบัน

วัฒธรรมฮิปฮอปในไทย ที่มีต่อสังคม

สิ่งที่ทำให้ดนตรีแร็ปในประเทศไทยเป็นเริ่มที่นิยมนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของกระแสหรือค่านิยมจากการรับวัฒนธรรมดนตรีแร็ป-ฮิปฮอป จากสหรัฐอเมริกามาในยุค 90s แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งจะเห็นได้ว่า ความเป็นดนตรีแร็ปและเอกลักษณ์ในตัวดนตรีมีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนเป็นอย่างมาก ด้วยรูปแบบเพลง จังหวะสไตล์ต่างๆ เนื้อหาและภาษาที่ให้อิสระศิลปินในการจินตนาการ และใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างกลอนด้นเป็นบทกวีและบทเพลง ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนอย่างมากที่ทำให้คนไทยให้ความสนใจแนวดนตรีชนิดนี้มากขึ้น 

เสน่ห์ของดนตรีแร็ปที่สำคัญ

คือการมีรากฐานมาจากการเล่าเรื่องชีวิต ปัญหาของสังคม ความรุนแรง ยาเสพติด และความไม่ยุติธรรม การเสพดนตรีแร็ปจึงเปรียบเสมือนการที่ได้พูดได้ฟังสิ่งที่เป็นจริง โดยใช้เสียงเพลงปลดปล่อยตัวเองออกจากสังคมที่เราถูกปิดกั้น และนี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพลงแร็ปได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนไทยส่วนมากถูกกดดันด้วยกรอบทางวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิม ที่ถูกสอนให้เชื่อฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ การที่ประชาชนและสื่อถูกควบคุมการแสดงความเห็น ความเชื่อ ด้วยตัวบทกฎหมายที่ห้ามการวิพากษ์วิจารณ์รัฐและบุคคลบางกลุ่มเพื่อความสงบเรียบร้อย ประชาชนจึงไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นต่อสังคม หรือแม้แต่แลกเปลี่ยนความเห็นในที่สาธารณะได้อย่างอิสระ ดนตรีแร็ปจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ผู้คนได้ปลดปล่อยสะท้อนปัญหาในใจของคนด้วยกลอนเพลง เสียงเพลง และจังหวะดนตรี การจัดการประชันแร็ป หรือ Rap Battle ในประเทศไทย

ปัจจุบันฮิปฮอปได้กลับมาเป็นกระแสหลักอีกครั้ง

วัฒธรรมฮิปฮอปในไทย ทั้งบนอินเทอร์เน็ตและโทรทัศน์ ศิลปินฮิปฮอปหน้าใหม่ๆ ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง รวมถึงการเกิดขึ้นของรายการทีวีที่มีกระแสตอบรับที่ดีมากอย่าง The Rapper ซึ่งเป็นตัวชี้วัดได้ว่าสิ่งที่ชาวฮิปฮอปได้ทำไปนั้นไม่สูญเปล่า และได้ผลตอบแทนที่เกินกว่าคำว่าคุ้มค่า “ตอนนั้นมันเริ่มต้นมาแบบเล็กมากๆ แค่เราเห็นเพื่อนๆ เติบโตไปในทางที่ตัวเองชอบก็รู้สึกดีแล้ว ตอนนี้ผลลัพธ์มันออกมาไกลกว่าที่เคยคิดไว้มาก” ดีเจ Knatz กล่าว จากความชอบส่วนตัวของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนเมื่อหลายสิบปีก่อน กลับกลายเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงคนได้แทบจะทั่วประเทศ นับว่าเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่มีความเชื่อกับบางสิ่งบางอย่างในชีวิต และลงมือทำมันมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นผลงอกเงยมาจนถึงทุกวันนี้

เรวัต พุทธินันทน์

เรวัต พุทธินันทน์ (ผู้บริหารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ช่วงปีพ.ศ. 2509 – 2538)