Select Page

East Coast vs West Coast

ฮิปฮอป

วงการเพลงบ้านเราแม้ว่าจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย ไม่ได้มีเรื่องอะไรใหญ่โตอะไร เอาแค่ฟ้องร้องก็ยังไม่มีเลย แต่หากเป็นในอเมริกาล่ะก็บางครั้งความเป็นอริกันในเส้นทางดนตรีนี่อาจจะถึงการฆ่าแกงกันเลยก็ได้ดั่งเช่นสงคราม East Coast Vs West Coast สงคราของแร๊พเปอร์ชื่อดังที่สุดท้ายกลายเป็นความสูญเสียทั้งสองฝ่าย

การเจอกันครั้งแรก

ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการในปี 1993 ด้วยเรื่องของธุรกิจ เหตุเกิดขึ้นในคืนหนึ่งที่ลอสแองเจลิส บิ๊กกี้ข้ามฝั่งมาที่ West Coast เพื่อติดต่องานกับพ่อค้ายาในท้องถิ่นของฝั่งนี้ ความบังเอิญคือทูพัคอยู่ที่นั่นด้วย คงเป็นเรื่องของความชื่นชมส่วนตัวที่ทำให้บิ๊กกี้ขอให้พ่อค้ายาคนนั้นช่วยแนะนำเขาให้กับทูพัคหน่อย

ด้วยเคมี ด้วยเวลาที่ใช่ จึงทำให้วันแรกหลังจากการพบกันเกิดวันต่อ ๆ มาขึ้น ทูพัคชวนบิ๊กกี้และเพื่อนของเขาให้มาที่บ้านส่วนตัวของตัวเอง การเจอกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจแต่เป็นเวลาของการปาร์ตี้ ถุงแช่แข็งขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกัญชาของทูพัคถูกเปิดออกเพื่อการนี้โดยเฉพาะ “มันเป็นกัญชาที่เขียวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย” Dan Smalls หนึ่งในเพื่อนของบิ๊กกี้หลุดปากทันทีที่ได้เห็นของ 

ภาพหลังจากนั้นคงเดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาได้ high และรู้สึกพริ้มมากแค่ไหน สิ่งที่ทูพัคนำออกมาสังสรรค์ต่อจากนั้นคือหยิบกระเป๋าสไตล์ทหารที่เต็มไปด้วยปืนจริงข้างในออกมาเล่นกัน (แต่ไม่ได้ยิงจริง ๆ นะ) คืนนั้นจบด้วยการเข้าครัวแสดงฝีมือเชฟของทูพัคและมิตรภาพของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้น

Thug Life

biggie

ถ้าบิ๊กกี้เข้ามาในแคลิฟอร์เนียเขาก็จะมาสังสรรค์และนอนที่บ้านทูพัค กลับกันเมื่อทูพัคเข้ามาในนิวยอร์กบิ๊กกี้ก็จะต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ทั้งคู่สนิทกันมากโดยที่เราต้องขอเน้นย้ำคำว่า ‘มาก’ นั้นหมายความว่ามากจริง ๆ

เส้นทางชีวิตของทูพัค ณ เวลานั้น รุ่งโรจน์กว่าที่เราได้กล่าวไปในตอนแรกเยอะ เขากลายเป็นดาราฮอลลิวู้ดรุ่นใหม่ไฟแรง และแร็ปเปอร์เจ้าของยอดขายถล่มทลายบนตลาดเพลงโลก บิ๊กกี้ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมแต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปจากตรงนี้

ด้วยความหลงใหลในเพลงแร๊ปอยู่แล้วเมื่อมีคนเก่งอยู่ไกล้ตัวใครจะปล่อยโอกาสเรียนรู้นี้ให้ลุดมือไปล่ะใช่มั้ย? การกระทำของบิ๊กกี้ (และเหล่าเพื่อนผู้ติดตามของเขา) คือตามทูพัคไปที่ห้องอัดเสียงแล้วฟังวิธีการทำงาน การคิด ทุกกระบวนการที่เกิดขึ้นในหนึ่งเพลง เมื่อทูพัคเห็นถึงความตั้งใจนั้นจึงสอนบิ๊กกี้และเหล่าเพื่อนถึงวิธีการแต่งเพลงแร๊ปในแบบของเขา ในบรรดากลุ่มคนทั้งหมดในนั้นทูพัคให้ความสนใจกับบิ๊กกี้เป็นพิเศษ เขาไว้ใจบิ๊กกี้ขนาดที่ว่าให้ขึ้นไปเล่นในคอนเสิร์ตของเขาเลย ด้วยความผูกพันทำให้บิ๊กกี้บอกกับทูพัคว่าเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่เรียกว่า ‘Thug Life’ ของเขา

 

แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น บิ๊กกี้ได้รับข้อเสนอจาก Sean Puffy Combs ศิลปินจากค่ายซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการฮิปฮอปอย่าง ‘Uptown Records’ ผู้ที่กำลังวางแผนออกมาจากที่นั่นเพื่อเปิด ‘Bad Boy Records’ ค่ายของตัวเอง เขาเจอบิ๊กกี้จากเทปเดโม่ทำเองสมัยที่บิ๊กกี้ยังเป็นพ่อค้ายาอยู่ และแน่นอนว่าเขาถูกใจเสียงและถ้อยคำในนั้นเอามาก ๆ

แต่ใจของบิ๊กกี้อยากอยู่เป็นแร็ปเปอร์เคียงบ่าเคียงไหล่กับทูพัคจริง ๆ และเขาเป็นกังวลว่าค่ายที่พึ่งเปิดใหม่ของพัฟจะยังไม่พร้อมสำหรับเขา บิ๊กกี้จึงปรึกษาทูพัคถึงทางออกในเรื่องนี้ ส่วนคำตอบที่ได้กลับมาคือ “นายอยู่กับพัฟน่ะดีแล้ว เขาจะทำให้นายกลายเป็นที่โด่งดัง”

จากคำพูดนั้น บิ๊กกี้จึงเซ็นสัญญาเข้าไปอยู่กับพัฟ และออกอัลบั้มแรกที่ชื่อ Ready To Die ในปี 1994 พร้อมกับชื่อศิลปินว่า The Notorious B.I.G. กลายเป็นว่าบิ๊กกี้ทำให้ค่ายของพัฟกลายเป็นที่โด่งดังและจดจำมากที่สุดในซีนดนตรีฮิปฮอป 90s แต่เราเชื่อว่าตัวเขาเองคงผิดหวังอยู่ไม่น้อยที่ทูพัคปฏิเสธอ้อม ๆ ไปอย่างนั้น

Invincible Man

tupac

ในช่วงปีระหว่างปลาย 1973 – 1974  มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายที่ทำให้มิตรภาพของทั้งคู่เริ่มสั่นคลอน หนึ่งในคือการ ‘อ้าง’ ความผิดให้บิ๊กกี้ของทูพัค เรื่องเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ณ แมนฮัตตันคลับ ทูพัคได้เจอเด็กหญิงอายุ 19 ชื่อ Ayanna Jackson ในครั้งแรกพวกเขากลับห้องสูทในโรงแรมของทูพัคไปด้วยกันแล้วก็จบแค่นั้น แต่สี่วันหลังจากนั้นเธอก็มาหาเขาที่โรงแรมอีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามพวกเขา (มีทูพัค ผู้จัดการ Haitian Jack และผู้ไม่ระบุนามอีกหลายคน) ข่มขืนเธอ

และเมื่อทุกอย่างจบลง เธอก็แจ้งตำรวจ พวกเขาทั้งหมดโดนข้อหาทารุณกรรมทางเพศและมีอาวุธผิดกฏหมายไว้ในครอบครอง แต่ทูพัคอ้างว่าอาวุธเหล่านั้นเป็นของบิ๊กกี้ นอกเหนือจากทูพัคแล้วทุกคนที่เหลือทุกส่งเข้าคุกหมด ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวอีกแล้ว

Surprise Revenge

วันที่ 30 พฤศจิกายน 1994 ถ้าทุกอย่างจริงอย่างที่ทุกคนในเหตุการณ์วันนั้นพูด การแก้แค้นและแตกหักก็อยู่ตรงจุดนี้จริง ๆ  นั่นคือวันเดียวกันกับที่ทูพัคต้องไปอัดร้องรับเชิญให้กับเพลงของศิลปินที่ชื่อ Little Shawn จากคำเชิญของผู้จัดการของชอว์นอย่าง Henchman Rosemond ผู้สนิทสนมกับบิ๊กกี้และพัฟ (ซึ่งคงเป็นเหตุผลหลักที่ทูพัครับงานนี้)

ทูพัคมาที่ ‘Quad Recording Studios’ ในไทม์สแควร์ สถานที่นัดหมาย กับเพื่อร่วมงานอีกสามคน ไร้บอดี้การ์ดใด ๆ พอมาถึงก็รู้สึกประหลาดใจนิด ๆ เมื่อพบกับชายสามคนชั้นล่างของห้องอัดซึ่งแต่งตัวเหมือนกับทหารในเครื่องแบบเป๊ะ ๆ ที่มาพร้อมอาวุธปืน แต่เขาก็รู้สึกดีขึ้นบ้างกับเรื่องนี้เมื่อ Lil แรปเปอร์ในสังกัดของบิ๊กกี้มาตะโกนเรียก “ทุกคนอยู่ข้างบนแล้ว ขึ้นมาได้เลย”

ในขณะที่ทูพัคและเหล่าเพื่อนกำลังย่าวก้าวเพื่อจะขึ้นลิฟต์ไปอัดเสียงชั้นบนนั้น เหล่าทหารในเครื่องแบบที่ทูพัคโล่งใจว่าเป็นฝ่ายเดียวกันก็ออกคำสั่งให้พวกเขาทั้งหมดหมอบลงกับพื้น ด้วยสัญชาติญาณทูพัคเอื้อมมือคลำหาปืนพกที่เอาติดตัวมาด้วยเพื่อเตรียมปะทะ แต่ช้าไป …

ทูพัคและเพื่อน ๆ ถูกรุมกระทืบ ยิง และโขมยเหล่าเครื่องเพชรบนตัวของเขาไป สิ่งที่ทำให้พวกเขารอดตายมาได้คือการแกล้งตายอย่างเนียบเนียน จากนั้นเขาจึงพยายามขึ้นไปชั้นบนอีกเครื่องเพื่อขอความช่วยเหลือ เมือประตูลิฟต์เปิดออก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ บิ๊กกี้ พัฟ และเฮนช์แมน ทูพัครู้สึกว่าพวกเขามองมาหาตนด้วยสีหน้าประหลาดใจและรู้สึกผิด แต่สิ่งที่พัฟพูดออกมาหลังจากนั้นกลับดูขัดแย้งและเย้ยหยันกันมากกว่า “Nothing but love and concern” และนั่นทำให้ทูพัคค่อนข้างมั่นใจว่ากระสุน 5 นัดบนตัวเขาไม่ได้เกิดจากความบังเอิญของการปล้นจากพวกโจร แต่ทว่าทั้งหมดถูกจัดฉากไว้แล้วถึงแม้ว่าบิ๊กกี้กับพัฟจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม ในสายตาของทูพัคเขาเชื่อว่ากำลังโดนเพื่อนหักหลัง และความเชื่อใจที่ทูพัคเคยมีให้บิ๊กกี้ก็จบลงตรงนี้ “เขาเป็นหนี้ฉันมากกว่าที่จะเบือนหน้าหนีแล้วทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น แกไม่รู้จริง ๆ เหรอไว้ใครยิงฉันคาบ้านเกิดของแก ฉันมั่นใจว่าไอคนนั้นมันต้องเป็นเพื่อนบ้านของแกแน่ ๆ”

Into The Jail With Himself

วันที่ 1 ธันวาคม 1994 กรรมที่ก่อไว้ย้อนมาเล่นงานทูพัค เมื่อศาลนำคดีของ Ayanna Jackson มาไต่สวนอีกครั้ง แม้จะเคยใช้เทคนิกพลิกแพลงรอดมาแล้วครั้งนี้ แต่ผลในครั้งนี้ปรากฏความจริงสู่สาธารณะว่าเขาผิดจริง และถูกสั่งจำคุกอย่างน้อยหนึ่งปีครึ่ง สามารถประกันตัวได้ด้วยเงิน 3 ล้านเหรียญ

ณ ขณะที่ติดคุกอยู่นั้นทูพัคไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างไร เขาส่งข้อความไปหา Keisha Morris ภรรยา ณ เวลานั้นของเขา ให้ส่งข้อความไปหา Suge Knight (ผู้ก่อตั้งค่าย ‘Death Row Records’) เพื่อให้หาทนายเก่ง ๆ มาช่วยให้เขาหลุดออกไปให้ได้เพราะต้องรีบไปช่วยแม่ของเขาที่กำลังจะสูญเสียบ้านไป

ซูจ ส่งเงิน 15,000 ไปช่วยแม่ของทูพัค และยื่นข้อเสนอในแบบที่ไม่เคยยื่นให้ศิลปินคนไหนมาก่อน โดยเขาหาทนายมาช่วยทูพัคออกมา เพื่อให้ทูพัคตกลงมาเป็นศิลปินใน Death Row Records ซูจชักจูงทูพัคอ้อม ๆ และเสนอที่อยู่ใหม่ในครอบครัวที่ทรงพลังและไร้การควบคุมที่สุดของฮิปฮอป

Behind The Scene

เดือนสิงหาคม 1995 ทูพัคยังคงติดอยู่ข้างในคุก หลังจากที่ซูจไปเยี่ยมเขาในเดือนนั้น ไม่มีใครรู้ว่าซูจกำลังคิดอะไรอยู่หรือมีแรงจูงใจอะไร เขาเริ่มรุกโจมตีพัฟกับบิ๊กกี้ที่อยู่ฝั่ง East Coast ทั้งบลัฟว่าค่ายห่วยแตกแบบนั้นใครจะไปอยู่ มาอยู่กับ Death Row ดีกว่า มิหนำซ้ำยังเคยชวนชวนบิ๊กกี้ให้มาทำการแสดงที่ Club 662 ซึ่งอยู่ในฝั่งของตัวเอง แต่โชว์กลับไม่เคยเกิดขึ้นจริงใด ๆ เป็นเพราะการแก้แค้นให้ฝั่งเดียวกันอย่างทูพัคเหรอ?

ถ้าพูดอย่างนั้นก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันเยี่ยมทูพัค ณ เดือนสิงหาคมของซูจ คือบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เกลียดชังของทูพัค “ผมต้องการจะทำลาย Bad Boy Records ผมเชื่อว่าเขามีส่วนกับเหตุการณ์ตอนที่ผมถูกยิง” ซูจสัญญาว่าจะจงรักภักดีต่อเขาและรับปากว่าศัตรูของทูพัคก็จะเป็นศัตรูของเขาเช่นเดียวกัน หลังจากปีนั้น West Coast กับ East Coast ก็กลายเป็นศัตรูกันโดยสมบูรณ์

Gone Forever With Fire

ทูพัคถูกยิงอีกครั้งในวันที่ 7 กันยายน 1996 ในลอสแองเจลลิสหลังจากที่ดูการชกของ Mike Tyson จบ และเสียชีวิตในหกวันถัดมาในโรงพยาบาล ด้วยวัยเพียง 25 ปี และในวันที่ 9 มีนาคมของปีถัดมา บิ๊กกี้ก็ถูกยิงในขณะที่กำลังขับรถกลับบ้านหลังจากไปปาร์ตี้ในลอสแองเจลลิสมา เขาเสียชีวิตทันทีในวัย 24 ปี ซึ่งเป็นช่วงห่างของอายุที่เท่ากับตอนที่ทั้งคู่เกิดและได้รู้จักกันเลย 

การที่ไม่สามารถจับมือใครดมได้ทำให้ความแค้นของทั้งสองฝั่งยังคงอยู่ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะจากไปแล้วก็ตาม ยืนยันได้จากเหตุการณ์เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา ที่ Snoop Dogg กับ The Game สองศิลปินตัวแทนจากฝั่ง West Coast ออกมาจัดงานมีตติ้งประชุมกับเหล่า gangster ในแอลเอเพื่อหาทางออกที่จะยุติความรุนแรงของทั้งสองฝั่ง ซึ่งงานในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกจัดขึ้น ในปี 1997 สนู๊ปเคยเป็นแกนนำจัดสุดยอดการประชุมที่มีเป้าหมายเพื่อหยุดความรุนแรงในสังคมดนตรีแร็ปทั่วโลกมาแล้ว โดยมีพัฟเป็นแกนนำร่วมด้วย ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝั่งดูจะมีความหวังขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่การประชุมครั้งนั้น และเราก็หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนรักอย่างทูพัคกับบิ๊กกี้จะไม่มีวันหวนกลับมาอีกครั้ง

สรุป

East Coast vs West Coast

จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

จะว่าไปทั้ง Tupac และ Biggie นั้นเอาเข้าจริงแล้วพวกเค้าต่างก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน ทั้งคู่ต่างเป็นคนหนุ่มที่มีพื้นเพชีวิตคล้ายคลึงกัน(ขาดพ่อ) มีความฝันอย่างเดียวกัน(การเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง) และต้องใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบมาไม่แตกต่างกันมาก พวกเค้าเจอกันช่วงที่ยังไม่ดังเท่าไรแล้วก็สานสัมพันธ์กันเรื่อยมา พวกเค้าทั้งคู่รู้สึกจูนกันได้เร็วมากหลังจากการพบกันพวกเค้ายังได้ไปมาหาสู่กันตลอดเวลา

ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนแปลง

จากความสัมพันธ์อันดีของทั้งคู่ ต่างเปลี่ยนไปจากหลายเหตุการณ์ หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญนั่นคือ ทูพัค โดนลอบยิงจากกลุ่มชายนิรามในอาคารห้องอัดเสียงที่ บิ๊กกี้มาอัดเสียงในวันนั้นพอดี จนทำให้ทูพัคเชื่อว่า บิ๊กกี้คือผู้อยู่เบื้องหลังครั้งนี้ ยังไม่พอหลังจากนั้น ทูพัค โดนคดีข่มขื่นผู้เยาว์คนหนึ่งทำให้เค้าต้องเข้าไปในคุกด้วยความช่วยเหลือของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ทูพัค จึงได้ออกมาเร็วกว่ากำหนดแต่ก็ต้องแลกกับงานเพลงกับต้นสังกัดใหม่ ทีนี้เมื่อออกมาได้แล้ว ทูพัค ก็เริ่มก่อสงครามระหว่าง East Coast Vs West Coast ซึ่งสงครามดำเนินไปอย่างดุเดือด มีการตอบโต้ทางสื่อ ทางงานเพลงกันเรื่อยมา จนกระทั่ง ทูพัค โดนลอบยิงบนถนน ส่วน บิ๊กกี้เอง ก็โดนยิ่งถล่มบนถนนอีกเช่นกัน ช่างเป็นบทส่งท้ายของสงครามครั้งนี้อย่างน่าเศร้าที่สุด

East Coast Rap                                   

  • มีสภาพแวดล้อมที่ยากจนและอาชญากรรม
  • แสดงตัวอย่างดนตรีแจ๊ส แสดงตัวอย่างฉุน
  • เพลงที่หนักหน่วงหรือดุดันที่มีดีเจและพิธีกร
  • ตัวอย่างของแร็ปเปอร์ ได้แก่ Nas, Mobb Deep, Gang Starr และ Biggie

West Coast Rap

  • มีชีวิตของแก๊งค์หรือสภาพแวดล้อมที่ต่อต้านตำรวจ
  • เพลงสบาย ๆ
  • ตัวอย่าง Tupac, Snoop Dogg และ Dr. Dre

EAST COAST RAP กับ WEST COAST RAP

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง East Coast และ West Coast Rap แล้ว? การมองอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่แสดงโดยดนตรีความรู้สึกที่สร้างขึ้นและตัวอย่างที่ใช้สามารถเปิดเผยความแตกต่างได้อย่างง่ายดาย

เพลงแร็พฝั่งตะวันตกมีตัวอย่างฟังก์ในขณะที่แร็พชายฝั่งตะวันออกมีตัวอย่างแจ๊ส ในขณะที่ชายฝั่งตะวันตกฟังดูผ่อนคลายกว่าชายฝั่งตะวันออกฟังดูไพเราะกว่า ด้วยเหตุนี้การแร็พฝั่งตะวันตกจึงฟังดูชิลล์และมีดนตรีมากขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดการรวบรวมข้อมูลเชื้อชาติความโหดร้ายของตำรวจและคำแสลง ในทางกลับกันการแร็พชายฝั่งตะวันออกฟังดูยากและมีพิธีกรและดีเจหลายคนเล่น เพลงแร็พชายฝั่งตะวันออกมีความเฉลียวฉลาดเล่นลิ้นและอุปมาอุปมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุผลทางสังคมการเมืองหรือเพียงเพื่อความบันเทิง

สองหมวดหมู่นี้มีสภาพแวดล้อมในดนตรีโดยเฉพาะชีวิตในเมืองใหญ่ ๆ ของนิวยอร์กกับลอสแองเจลิส ซึ่งหมายความว่าการแร็พฝั่งตะวันตกทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับแก๊งมากขึ้น ดนตรีเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์ต่อต้านตำรวจ แร็ปเปอร์ส่วนใหญ่ในชายฝั่งตะวันตกเติบโตมาในชีวิตที่เหมือนแก๊งที่พวกเขาติดอยู่และเพลงต่างก็ยกย่องให้เป็นวิธีการทำสิ่งที่ดีที่สุดสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ของการเติบโตในสภาพแวดล้อมนี้

ในทางตรงกันข้ามการแร็พชายฝั่งตะวันออกให้ความสำคัญกับชีวิตที่อาศัยอยู่ในความยากจนและอาชญากรรม แร็ปเปอร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ผลิตเพลงโคลงสั้น ๆ ที่จริงใจเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเขาในสภาพแวดล้อมนี้ แร็ปเปอร์ชายฝั่งตะวันออกแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ถักแน่นซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการใช้คำแสลง

hip hop

บทความน่าสนใจ

เส้นขีดบนแก้วแดง มันมีไว้ทำอะไรกันนะ

เส้นขีดบนแก้วแดง มันมีไว้ทำอะไรกันนะ

เส้นขีดบนแก้วแดง มันมีไว้ทำอะไรกันนะมีข่าวลือมาเป็นเวลาหลายปีแล้วว่าเส้นที่แปลกๆ ภายในแก้ว Solo คือวิธีที่ชาญฉลาดในการช่วยเหลือบาร์เทนเดอร์ในการวัดปริมาณเหล้าตามบ้าน มีความเรียบง่ายที่ว่าเส้นล่างสุดใช้สำหรับตวงเหล้า 1 ออนซ์ บรรทัดถัดไปใช้สำหรับเสิร์ฟไวน์ 5 ออนซ์...

Red Cup Party ทำไมต้องเลือกใช้แก้วสีแดง?

Red Cup Party ทำไมต้องเลือกใช้แก้วสีแดง?

Red Cup Party ทำไมต้องเลือกใช้แก้วสีแดง?บริษัท Solo Cup ผลิตแก้วที่มีสีต่างๆ ไม่ใช่แค่สีแดง แต่ทำไมยอดขายของแก้วสีแดงถึงมากกว่าสีอื่นๆ เช่น สีน้ำเงิน จากมุมมองของจิตวิทยา สีแดงมักจะเป็นสีที่เร้าใจ น่าสนใจ และเป็นที่ชื่นชอบของทั้งผู้ชายและผู้หญิง...

American Red Cup Party ทำไมถึงเลือกใช้แก้วสีแดงในงานปาร์ตี้?

American Red Cup Party ทำไมถึงเลือกใช้แก้วสีแดงในงานปาร์ตี้?

American Red Cup Party ทำไมถึงเลือกใช้แก้วสีแดงในงานปาร์ตี้?คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเมื่อมีฉากปาร์ตี้ที่บ้านของนักศึกษามหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนสูงกลาง เขาถึงต้องใช้แก้วสีแดงไว้ใส่เครื่องดื่ม? แล้วแก้วสีแดงนั้นมีความพิเศษอย่างไร? เพราะอะไรถึงได้รับความนิยม?...

ต้นกำเนิดของท่าเต้น b-boy

ต้นกำเนิดของท่าเต้น b-boy

Breaking หรือ b-boying ทั่วๆ ไปก็มักจะเรียกกันว่า Breakdance ถือเป็นลักษณะการเต้นที่ถูกพัฒนามาจากวัฒนธรรมการเต้นแนวฮิปฮอปของกลุ่มวัยรุ่นคนดำและกลุ่มละตินอเมริกา แถบเซาท์บรองซ์ ระหว่างช่วงคริสต์ศตวรรษ 1970 ซึ่งคำว่า b-boy มีที่มาจากคำว่า break boy...

บีบอยคืออะไร

บีบอยคืออะไร

สารบัญบีบอยคืออะไรBreaking คำว่า B-Boying นั้นมีรากศัพท์มาจากภาษาของแอฟริกัน คือ คำว่า Boioing หมายความว่า กระโดด,โลดเต้น และถูกใช้ในแถบ Bronx Riverในการเรียก รูปแบบการเต้นเบรกกิ้งของกลุ่มชาวบีบอย ตัว B ในคำว่า Bgirl : Bboy นั้นย่อมาจาก Break-Girl : Break-Boy...

วันไหล ทำไมต้องก่อเจดีย์เพราะว่า

วันไหล ทำไมต้องก่อเจดีย์เพราะว่า

วันไหล ทำไมต้องก่อเจดีย์เพราะว่า สารบัญวันไหล ทำไมต้องก่อเจดีย์เพราะว่า วันไหลสงกรานต์คืออะไรวันไหล จัดวันไหนบ้างประเพณีวันไหลจัดที่ไหนบ้างวันไหลพระประแดง 2566 จังหวัดสมุทรปราการวันไหลพัทยา 2566 จังหวัดชลบุรีวันไหลบางแสน 2566 จังหวัดชลบุรีวันไหลปลวกแดง 2566...

คำอวยพรวันสงกรานต์ใช้ได้ทุกวัย

คำอวยพรวันสงกรานต์ใช้ได้ทุกวัย

คำอวยพรวันสงกรานต์ใช้ได้ทุกวัย สารบัญคำอวยพรวันสงกรานต์ใช้ได้ทุกวัยคำอวยพรวันสงกรานต์คำอวยพรสงกรานต์ภาษาอังกฤษคำอวยพรสงกรานต์ผู้ใหญ่คำอวยพรสงกรานต์ ให้ลูกหลาน รวมคำอวยพรวันสงกรานต์ ไว้โพสต์สเตตัสโพสต์ให้เข้ากับเทสกาลสงกรานต์ ต้อนรับวันปีใหม่ไทย...

Rhyme เสียงสัมผัสที่กลายเป็นเพลง

Rhyme เสียงสัมผัสที่กลายเป็นเพลง

Rhyme เสียงสัมผัสที่กลายเป็นเพลงRhyme ไรม เป็นคำนาม หมายถึง เสียงสัมผัสในบทกวี คำที่มีเสียงคล้องจอง หรือบทกวีที่มีเสียงคล้องจอง เสน่ห์อย่างหนึ่งของภาษาไทยคือการพูดอะไรให้ฟังดูคล้องจองกันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นกลอนในวรรณคดี การบ่นเรื่องต่างๆ ลงสเตตัสเฟซบุ๊ก...

วงฮิปฮอปในตำนาน N.W.A คือใครกัน

วงฮิปฮอปในตำนาน N.W.A คือใครกัน

วงฮิปฮอปในตำนาน N.W.A คือใครกันผลงานดนตรีพวกเค้าเปิดตัวด้วยอัลบั้ม Straight Outta Compton เนื้อหาเพลงในอัลบั้มนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ถ้อยคำอันหยาบคาย การเสียดสีด่าทอเรื่องรอบตัวของพวกเค้า สภาพสังคม การค้ายา เพื่อน ผู้หญิง เซ็กส์...